รายละเอียดข้อมูลการนำไปใช้ประโยชน์
โครงการวิจัย
หน่วยงานที่นำประโยชน์
วันที่ 12 มีนาคม 2569
โดย นางธัญญลักษณ์ เกียรติกุลไทย
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์
ต.บ้านโตก อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์
การนำไปใช้ประโยชน์
1. การนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงสาธารณะ
2. การนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงนโยบาย
3. การนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
4. การนำไปใช้ประโยชน์ทางอ้อมของงานสร้างสรรค์
5. การนำไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ
รายละเอียดการนำไปใช้ประโยชน์
การนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงสาธารณะ
- นำผลการวิจัยไปใช้ในการกำหนดนโยบายเพื่อการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับในโรงเรียนที่นำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาหลักสูตร และจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงนโยบาย
- โดยการนำผลการวิจัยไปใช้ในการสร้างเครือข่ายการจัดการศึกษาของโรงเรียนในชุมชน รายล้อมโรงเรียน สร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกัน เพื่อการกำหนดเป้าหมาย และวิธีการร่วมกัน

การนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
- ส่งเสริม/สร้างเครือข่ายความร่วมมือในการศึกษา และพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น (OTOP) นำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ที่สอดรับกับการเป็นเมืองท่องเที่ยว ในเชิงพาณิชย์

การนำไปใช้ประโยชน์ทางอ้อมของงานสร้างสรรค์
- ใช้ประโยชน์ด้านการจัดทำแหล่งข้อมูล เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับ เด็กและเยาวชน เพื่อการสร้างจิตสำนึกรัก ปลูกฝังการชื่นชม และความ ภาคภูมิใจในท้องถิ่น

การนำไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ
- งานวิจัยในครั้งนี้ เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ที่เน้นการแสวงหานวัตกรรมใหม่ โดยอาหารพื้นบ้านนับเป็นสิ่งที่มนุษย์จำเป็นต่อร่างกาย และสามารถรวบรวมองค์ความรู้ที่ได้สั่งสมกันมาอย่างยาวนานที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมการประกอบอาหาร ตัวอย่างเช่น กลุ่มชาติพันธุ์ม้ง กระจายตัวอยู่ในชุมชนบ้านเข็กน้อยเป็นจำนวนมาก และได้มีการตั้งบ้านมาอย่างยาวนานและวัฒนธรรมการกินของผู้คนในชนเผ่าม้ง รวมถึงการพัฒนาการสืบทอดทอดภูมิปัญญาอาหารพื้นบ้าน เพื่อสืบสานให้เยาวชนรุ่นหลังรู้จักอาหารพื้นบ้านของชนเผ่าม้ง และสามารถประกอบอาหารได้อย่างถูกต้องตามแบบฉบับ ตลอดจนการนำภูมิปัญญาด้านอาหารพื้นบ้านไปสู่การพัฒนาสำรับอาหาร เพื่อใช้ประกอบในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนให้ได้รู้จักกับวัฒนธรรมการกิน และวัฒนธรรมอื่น ๆ ในชนเผ่าม้ง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้สู่ชุมชนและสร้างงานให้แก่ชุมชนต่อไป
 
งานวิจัยนี้จึงได้นำการจัดการเรียนรู้ ที่เน้น การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตามแนวทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสังคม เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมภูมิปัญญาอาหารท้องถิ่น ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและชุมชนอย่างยั่งยืนในจังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบกับผู้วิจัยมีประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการศึกษาและการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ศึกษา และเล็งเห็นถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่จึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการศึกษาวิจัยครั้งนี้
 
โดยงานวิจัยนี้ได้พัฒนานักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป ให้มีทักษะด้านการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสังคม จากนั้นเมื่อนักศึกษาได้ออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในโรงเรียนสังกัดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์ ก็ได้เกิดการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ซึ่งผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีระดับความคิดสร้างสรรค์โดยรวมอยู่ในระดับ ดี เมื่อพิจารณาในแต่ละด้านพบว่า ความคล่องแคล่ว (Fluency) ได้คะแนนเฉลี่ยสูงสุด (M=3.0, SD=0.8) สะท้อนว่าสามารถเสนอเมนูใหม่ได้หลายแนวคิด ด้านความยืดหยุ่น (Flexibility) เฉลี่ย (M=2.9, SD=0.7) แสดงถึงความสามารถในการปรับเมนูให้เข้ากับบริบทสมัยใหม่ ด้านการขยายความคิด (Elaboration) เฉลี่ย (M=2.8, SD=0.9) นักเรียนสามารถอธิบายรายละเอียดเมนูได้ค่อนข้างครบถ้วน ด้านความริเริ่ม (Originality) เฉลี่ยต่ำสุด (M=2.7, SD=0.8) สะท้อนข้อจำกัดในการสร้างเมนูที่แปลกใหม่และแตกต่าง การใช้วัตถุดิบพื้นบ้านเป็นฐานในการคิดเมนูอาหารใหม่สามารถกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดแข็งคือการสร้างเมนูที่มีความหลากหลายและการปรับเปลี่ยนตามบริบท ส่วนจุดที่ควรพัฒนาคือการสร้างความริเริ่มและการอธิบายรายละเอียดเชิงลึก สำหรับการประเมินสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสังคม ของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู พบว่าอยู่ในระดับ ดี โดยมีจุดแข็งด้านการออกแบบกิจกรรมและการใช้สื่อ แต่ยังต้องพัฒนาในด้านความรู้เชิงลึกและการเชื่อมโยงทฤษฎีกับการปฏิบัติ ผลการวิจัยโดยรวมสะท้อนว่า การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ ไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาทักษะคิดเชิงสร้างสรรค์ของผู้เรียน แต่ยังสร้างคุณค่าใหม่ที่ตอบสนองต่อสังคมร่วมสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 
เปิดอ่าน
10 ครั้ง
เอกสาร
ดาวน์โหลด จำนวนดาวน์โหลด : 2 ครั้ง
หมายเหตุ
เป็นไปตามเกณฑ์การประกันคุณภาพการศึกษาฯ