R
db
Research
@Pcru
Toggle navigation
เข้าสู่ระบบ
หน้าหลัก
โครงการวิจัย
[ข้อมูลทั่วไป] 2562 : การศึกษาการสกัดน้ำมัน ปริมา...ภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
ข้อมูลทั่วไป
การนำไปใช้ประโยชน์
1
ตีพิมพ์เผยแพร่
2
ทรัพย์สินทางปัญญา
0
รายละเอียดข้อมูลโครงการวิจัย
รหัสโครงการวิจัย
PCRU_2562_KN037
ปีงบประมาณ
2562
ประเภทโครงการ
โครงการวิจัยเดี่ยว
ประเภททุน
เพื่อสร้างองค์ความรู้พื้นฐานของประเทศ (โครงการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ - งบประมาณแผ่นดิน)
ชื่อโครงการวิจัย
การศึกษาการสกัดน้ำมัน ปริมาณคาเฟอีน สารประกอบฟีนอลิก และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจากกากกาแฟในอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
ชื่อโครงการวิจัย (EN)
Study of Oil Extraction, Caffeine Content, Phenolic Compounds and Antioxidant Activity of Coffee Ground in Khao Kho, Phetchabun Province
นักวิจัย
1.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศศิกานต์ ปานปราณีเจริญ
(หัวหน้าโครงการ)
2.
นางสาวขนิษฐา ศรีสวัสดิ์
(ผู้ร่วมวิจัย)
3.
อาจารย์ ดร. นันทรักษ์ รอดเกตุ
(ผู้ร่วมวิจัย)
4.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสาวภา ชูมณี
(ผู้ร่วมวิจัย)
5.
อาจารย์วิไลพร ปองเพียร
(ผู้ร่วมวิจัย)
6.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์รุจิรา คุ้มทรัพย์
(ผู้ร่วมวิจัย)
คณะ/หน่วยงาน
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาการสกัดน้ำมันจากกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า โดยการเปรียบเทียบตัวทำละลายเฮกเซนและเอทานอล ในการสกัดด้วยวิธีซอกห์เลต และทำการศึกษาคุณสมบัติทางเคมีในน้ำมันกาแฟ ผลการทดลองพบว่าค่าร้อยละการผลิตของน้ำมันกาแฟในตัวทำละลาย 100% เฮกเซน เป็นเวลา 2 ชั่วโมง และ 95% เอทานอล เป็นเวลา 6 ชั่วโมง มีปริมาณมากที่สุดร้อยละ 14.42±0.43 และ 22.84±1.23 กรัมต่อ 100 กรัม และเมื่อนำน้ำมันกาแฟที่สกัดด้วย 100% เฮกเซน เป็นเวลา 2 ชั่วโมง มาศึกษาคุณสมบัติทางเคมีพบว่า ค่าความหนาแน่นมีค่าเท่ากับ 1.38±0.04 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร ค่าความหนืดมีค่าเท่ากับ 34.66±0.41 mm2/s กรดไขมันอิสระมีค่าเท่ากับ 7.52±1.23 % ค่าเปอร์ออกไซด์มีค่าเท่ากับ 23.96±2.09 mg Eqv/kg การวิเคราะห์หาองค์ประกอบของกรดไขมันในน้ำมันกาแฟโดยใช้เทคนิค GC-FID พบองค์ประกอบของกรดไขมันที่มีอยู่ในน้ำมันกาแฟมากที่สุดคือ กรดไลโนเลอิกและกรดปาล์มิติก
ในตัวอย่างกากกาแฟหลังการสกัดน้ำมัน พบปริมาณค่าแฟอีนเท่ากับ 0.0846±0.0002 %w/wสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมดสูงที่สุดเท่ากับ 493.63±19.04 (mg GA/g dm) และความสามารถในการต้านสารอนุมูลอิสระจากกากกาแฟด้วยวิธี DPPH และ ABTS+ เท่ากับ 2.92±0.05 และ 1.94±0.00 (µmol Trolox/g dm) ตามลำดับ
This research is to study the extraction of oil from Arabica spent coffee ground with hexane and ethanol solvent by soxhlet extraction. The result found that the 2 hours of 100% n-hexane and 6 hours of 95% ethanol were the highest yield of 14.42±0.43 g/100g of dry basis and 22.84±1.23 g/100g of dry basis, respectively. The result showed that the the density was 1.38±0.04 g/cm3, the viscosity was 34.66±0.41 mm2/s, the FFA was 7.52±1.23% and the peroxide value was 23.96±2.09 mgEqv/kgoil, The linoleic acid and palmitic acid were found the important fatty acid in coffee oil.
After oil extraction, the spent coffee grounds found that the caffeine content was 0.0846±0.0002 %w/w, the phenolic compounds was 493.63±19.04 (mg GA/g dm) and the antioxidant activity by DPPH and ABTS+ were 2.92±0.05 และ 1.94±0.00 (µmol Trolox/g dm), respectively.
คำสำคัญ
กากกาแฟ,การสกัดน้ำมัน,คาเฟอีน,สารประกอบฟีนอลิก,ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ,Spent coffee grounds,Oil extraction,Caffeine,Phenolic Compounds,Antioxidant Activity
สถานะโครงการ
ดำเนินการเสร็จสิ้น
บทคัดย่อ
ดาวน์โหลด
เปิด : 344 ครั้ง
เล่มรายงาน
ดาวน์โหลด
เปิด : 742 ครั้ง
เปิดดู
1,230 ครั้ง
หมายเหตุ
เอกสารเพิ่มเติม
แสดง
1 ถึง 1
จาก
1
ผลลัพธ์
#
ไฟล์เอกสาร
รายละเอียด
1
ประกาศทุนฯ 62
 
(โหลด : 154 ครั้ง)
Close
การเข้าถึงไม่ถูกต้อง
ขั้นตอนการเปิดหรือเข้าถึงไฟล์ข้อมูลไม่ถูกต้อง
กรุณาดาวน์โหลดไฟล์ใหม่อีกครั้ง...