| บทคัดย่อ |
การวิจัยเรื่อง แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของคณะเทคโนโลยีการเกษตรและเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ปีการศึกษา 2561โดยการใช้แบบสอบถามเพื่อการวิจัย และนำมาวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ได้ผลการวิจัยดังนี้
การมีส่วนร่วมในการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายใน พบว่า การมีส่วนร่วมในการตรวจสอบผลการดำเนินงาน (C : Check) มีค่าเฉลี่ย 4.05 อยู่ในระดับมาก รองลงมาคือ การมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน (D : Do) มีค่าเฉลี่ย 4.03 อยู่ในระดับมาก การมีส่วนร่วมในการปรับปรุงการดำเนินงาน (A : Act) มีค่าเฉลี่ย 3.96 อยู่ในระดับมาก และการมีส่วนร่วมในการวางแผน (P : Plan) มีค่าเฉลี่ย 3.91 อยู่ในระดับมาก ตามลำดับ แนวทางการพัฒนาและส่งเสริมของบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน พบว่า มีค่าเฉลี่ยรวม 4.15 อยู่ในระดับมาก คณะควรสร้างแรงจูงใจให้กับบุคลากรในการสร้างผลงานโดยเฉพาะด้านงานวิจัย ซึ่งต้องให้การหนุนเสริมเป็นพิเศษในการนำผลงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ตีพิมพ์หรือเผยแพร่ การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ และการผลิตผลงานวิชาการที่ได้รับการรับรองคุณภาพ เช่น หนังสือ ตำรา บทความวิชาการ มีค่าเฉลี่ย 4.29 อยู่ในระดับดีมากที่สุด รองลงมาคือ คณะควรสร้างทัศนคติในเชิงบวกต่อการพัฒนางานประกันคุณภาพการศึกษาและให้การสนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็นต่อการพัฒนางานประกันคุณภาพการศึกษาที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาความต้องการ เพื่อเพิ่มขวัญและกำลังใจในการพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง มีค่าเฉลี่ย 4.24 อยู่ในระดับมากที่สุด ควรจัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อทำความเข้าใจ ในองค์ประกอบ ตัวบ่งชี้ และการเขียนรายงานการประเมินตนเอง มีค่าเฉลี่ย 4.20 อยู่ในระดับมาก ควรจัดประชุมสัมมนาเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดีด้านการประกันคุณภาพการศึกษาทั้งใน ระดับหลักสูตร และระดับคณะ มีค่าเฉลี่ย 4.18 อยู่ในระดับมาก ควรมีการเชื่อมประสานเครือข่ายความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างคณะภายในมหาวิทยาลัยและร่วมกับต่างสถาบัน มีค่าเฉลี่ย 4.17 อยู่ในระดับมาก สนับสนุนบุคลากรในคณะได้ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงานภายนอกที่เป็นต้นแบบที่ดีในงานประกันคุณภาพการศึกษาภายใน มีค่าเฉลี่ย 4.09 อยู่ในระดับมาก สนับสนุนบุคลากรร่วมกันทำงานวิจัยและพัฒนาหรือผลิตผลงานนวัตกรรมในงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในของคณะ มีค่าเฉลี่ย 4.09 อยู่ในระดับมาก บุคลากรได้มีส่วนร่วมในการทำแผนปรับปรุงจากผลการประเมินการประกันคุณภาพการศึกษา มีค่าเฉลี่ย 4.06 อยู่ในระดับมาก ควรเพิ่มกลยุทธ์ให้กับบุคลากรได้มีส่วนร่วมในทุกระบบและกลไกในการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของคณะมากยิ่งขึ้น มีค่าเฉลี่ย 4.06 อยู่ในระดับมาก ตามลำดับ
แนวทางการพัฒนาและส่งเสริมของบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน พบว่า มีค่าเฉลี่ยรวม 4.15 อยู่ในระดับมาก คณะควรสร้างแรงจูงใจให้กับบุคลากรในการสร้างผลงานโดยเฉพาะด้านงานวิจัย ซึ่งต้องให้การหนุนเสริมเป็นพิเศษในการนำผลงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ตีพิมพ์หรือเผยแพร่ การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ และการผลิตผลงานวิชาการที่ได้รับการรับรองคุณภาพ เช่น หนังสือ ตำรา บทความวิชาการ มีค่าเฉลี่ย 4.29 อยู่ในระดับดีมากที่สุด รองลงมาคือ คณะควรสร้างทัศนคติในเชิงบวกต่อการพัฒนางานประกันคุณภาพการศึกษาและให้การสนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็นต่อการพัฒนางานประกันคุณภาพการศึกษาที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาความต้องการ เพื่อเพิ่มขวัญและกำลังใจในการพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง มีค่าเฉลี่ย 4.24 อยู่ในระดับมากที่สุด ควรจัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อทำความเข้าใจ ในองค์ประกอบ ตัวบ่งชี้ และการเขียนรายงานการประเมินตนเอง มีค่าเฉลี่ย 4.20 อยู่ในระดับมาก ควรจัดประชุมสัมมนาเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดีด้านการประกันคุณภาพการศึกษาทั้งใน ระดับหลักสูตร และระดับคณะ มีค่าเฉลี่ย 4.18 อยู่ในระดับมาก ควรมีการเชื่อมประสานเครือข่ายความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างคณะภายในมหาวิทยาลัยและร่วมกับต่างสถาบัน มีค่าเฉลี่ย 4.17 อยู่ในระดับมาก สนับสนุนบุคลากรในคณะได้ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงานภายนอกที่เป็นต้นแบบที่ดีในงานประกันคุณภาพการศึกษาภายใน มีค่าเฉลี่ย 4.09 อยู่ในระดับมาก สนับสนุนบุคลากรร่วมกันทำงานวิจัยและพัฒนาหรือผลิตผลงานนวัตกรรมในงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในของคณะ มีค่าเฉลี่ย 4.09 อยู่ในระดับมาก บุคลากรได้มีส่วนร่วมในการทำแผนปรับปรุงจากผลการประเมินการประกันคุณภาพการศึกษา มีค่าเฉลี่ย 4.06 อยู่ในระดับมาก ควรเพิ่มกลยุทธ์ให้กับบุคลากรได้มีส่วนร่วมในทุกระบบและกลไกในการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของคณะมากยิ่งขึ้น มีค่าเฉลี่ย 4.06 อยู่ในระดับมาก ตามลำดับ
Research The efficiency of the Faculty of Agricultural Technology and Industrial Technology to improve the quality of education quality assurance in the academic year 2018 by using the research questionnaire. And to analyze the statistical data. The results are as follows.
Participation in internal quality assurance activities showed that participation in the C-Check was 4.05 at the highest level. D: Do has an average of 4.03. The participation in the improvement of operation (A: Act) was 3.96 on average. And the participation in planning (P: Plan) were 3.91 at the high level, respectively. The development and promotion of personnel to enhance the effectiveness of internal quality assurance were 4.15 at a high level. The faculty should be motivated to create the work, especially in the field of research. It must provide special support for research or creative work, publication or dissemination. Use research results to exploit. The quality of the textbooks, textbooks, and academic articles was 4.29 at the highest level, followed by the positive attitude toward the development of quality assurance, education and resource support. In order to increase the morale of the work development, the average was 4.24 at the highest level. The workshop should be organized in order to understand the indicators, and to write self assessment reports with a mean of 4.20 at a high level. It should organize seminars, disseminate good practices in quality assurance in education in both. Course and faculty levels were 4.18 at a high level. Collaborative networks and exchanges between the faculties within the university and the institutes were 4.17 at the high level. The personnel in the faculty have studied, visited and exchanged with external agencies who are good models in quality assurance in education, with an average of 4.09 at a high level. Supporting personnel to collaborate in research and development or production of innovations in quality assurance in the internal education of the Faculty has an average of 4.09 at a high level. The personnel involved in the improvement plan from the evaluation of quality assurance in education had an average of 4.06 at a high level. The strategies for staff participation in all systems and the internal quality assurance mechanisms of the faculties should be increased, with the average level of 4.06 at the high level, respectively.
|