| บทคัดย่อ |
งานวิจัยนี้นำเสนอรูปแบบการออกกำลังกายด้วยแอโรบิคด๊านซ์ ต่อสมรรถภาพกายด้านดัชนี
มวลกาย สัดส่วนรอบเอวรอบสะโพก และระบบหายใจ ในประชาชนทั่วไป ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน โดยมีวัตถุประสงค์การวิจัย 2 ประการได้แก่ 1. เพื่อสร้างรูปแบบโปรแกรมการออกกำลังกายด้วย แอโรบิคด๊านซ์ ในประชนทั่วไปที่มีภาวะน้ำหนักเกิน 2. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลรูปแบบการออกกำลังกายด้วยแอโรบิคด๊านซ์ ต่อสมรรถภาพกาย ด้านดัชนีมวลกาย สัดส่วนรอบเอวรอบสะโพก และระบบหายใจ ในประชนทั่วไปที่มีภาวะน้ำหนักเกิน
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ อาสาสมัคร เพศหญิงที่มีภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐาน อายุระหว่าง 20 – 45 ปี มีสุขภาพแข็งแรง จำนวน 60 คน แบ่งกลุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการ Pair จับคู่ให้มีค่าตัวแปรเท่า ๆ กันและจับฉลากเลือกอาสาสมัครเข้าสู่กลุ่มควบคุม (Control Group) และกลุ่มทดลอง (Experimental Group) โดยกลุ่มควบคุมผู้วิจัยอบรมให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพทั่วๆไป เช่นการเลือกรับประทานอาหาร,การออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ และให้ใช้ชีวิตตามปกติ ส่วนในกลุ่มทดลองผู้วิจัยอบรมให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ และให้ความรู้และฝึกทักษะการเต้นแอโรบิคด๊านซ์เบื้องต้น โดยใช้เวลาในการทดลอง 30 นาทีต่อ วัน 3 วันต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ทำการวัดสมรรถภาพทางกายก่อนการทดลอง และหลังการทดลองสัปดาห์ที่ 12 จากนั้นนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ โดยหาค่าเฉลี่ย (mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) โดยใช้สถิติ Independent T Test ทดสอบความแตกต่างกันของค่าตัวแปรระหว่างกลุ่มก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางระดับสถิตที่ระดับ 0.05
ผลการวิจัยพบว่า
1. สมรรถภาพด้านดัชนีมวลกาย ระหว่างกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองในช่วงก่อนฝึกพบว่า ค่าเฉลี่ยของดัชนีมวลกายไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยมีค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 28.84 ± 4.05, 28.54 ± 4.96 และหลังจากการทดลองครบ 12 สัปดาห์ ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ความแปรปรวนต่อสมรรถภาพด้านดัชนีมวลกายพบว่า สมรรถภาพด้านดัชนีมวลกายระหว่างกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยมีค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 28.44 ± 4.08, 25.84 ± 4.56แสดงให้เห็นว่าทั้งสองกลุ่มในช่วงก่อนการฝึกมีสมรรถภาพด้านดัชนีมวลกายแตกต่างกัน
2. สมรรถภาพด้านสัดส่วนรอบเอวรอบสะโพก ระหว่างกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองในช่วงก่อนฝึกพบว่า ค่าเฉลี่ยของสัดส่วนรอบเอวรอบสะโพกไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ดังตาราง 5 โดยมีค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานโดยมีค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ .857 ± .38, .852 ± .25 และหลังจากการทดลองครบ 12 สัปดาห์ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ความแปรปรวนต่อสมรรถภาพด้านสัดส่วนรอบเอวรอบสะโพกพบว่า สมรรถภาพด้านสัดส่วนรอบเอวรอบสะโพกระหว่างกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5 โดยมีค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานโดยมีค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ .87 ± .41, .820 ± .30 แสดงให้เห็นว่าทั้งสองกลุ่มในช่วงก่อนการฝึกมีสมรรถภาพด้านสัดส่วนรอบเอวรอบสะโพกแตกต่างกัน
สรุปรูปแบบการออกกำลังกายด้วยแอโรบิคด๊านซ์ ต่อสมรรถภาพกายด้านดัชนีมวลกาย สัดส่วนรอบเอวรอบสะโพก และระบบหายใจ ในประชนทั่วไปที่มีภาวะน้ำหนักเกิน ส่งผลให้ประชนทั่วไปที่มีภาวะน้ำหนักเกินมีสมรรถภาพทางกายที่ดีขึ้น จนเกือบจะอยู่ในเกณฑ์ปกติได้ และสามารถนำรูปแบบดังกล่าว เป็นอีกตัวเลือกในการออกำลังกายเพื่อสุขภาพได้
คำสำคัญ : แอโรบิค, สมรรถภาพทางกาย, ผู้มีภาวะโภชนาการเกิน
The purpose of this research is to: 1. Create an aerobic exercise program. 2. To compare the effect of exercise with aerobic method. Physical fitness Body Mass Index Waist circumference around the hips and respiratory system in general with overweight. The research sample was 60 healthy women aged 20-45 years old. The samples were randomly assigned to a control group and the experimental group was randomly assigned to a control group. (Experimental Group) by the control group, the researcher provided training on general health care. Such as eating, exercise in various forms. And to live the normal life. In the experimental group, the researcher provided training on health care. Learn and practice aerobic dance skills. The experiment duration was 30 minutes per day, 3 days per week for 8 weeks. Perform physical fitness tests before the trial. After the 12th week, the results were analyzed. Mean and standard deviation (S.D.) were measured using Independent T Test. Statistically significant at the 0.05 level.
The research found that
1. Body Mass Index The control group and the experimental group in the pre-training period found that Mean body mass index was not significantly different at .05 level, with mean and standard deviation of 28.84 ± 4.05, 28.54 ± 4.96, and 12 weeks after the experiment. Researchers analyzed the variability in body mass index. Body mass index (BMI) between control and experimental groups was statistically significant at .05 level, with mean and standard deviation of 28.44 ± 4.08, 25.84 ± 4.56. Prior to exercise, there was a difference in body mass index.
2. Waist circumference around the hip. The control group and the experimental group in the pre-training period found that Mean hip waist circumference was not statistically significant at 0.5 (Table 5). Mean and standard deviation were 0.87 ± 0.38, 852 ± .25 and after 12 weeks Researchers analyzed the variance in waist circumference on the hip. The waist circumference of the hip between the control group and the experimental group was statistically significant at .05 level with mean and standard deviation, with mean and standard deviation of .87 ±. 41, .820 ± .30 showed that the two groups in the pre-exercise group had different waist circumference
Conclusion of aerobic exercise. Physical fitness index of body mass index Waist circumference around the hips and respiratory system in general with overweight. As a result, people with overweight have better physical fitness. It is almost normal. And it can take that format. Another option is to have a healthy body.
Keywords : Aerobic Dance, physical performance, Athlete of people over weight
|
| คำสำคัญ |
แอโรบิค,สมรรถภาพทางกาย,ผู้มีภาวะโภชนาการเกิน,Aerobic Dance,physical performance,Athlete of people over weight
|