การเปรียบเทียบความสามารถการอ่านภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบ SQ4R กับ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ CIRC

อาภาพร บุญเติม

บทคัดย่อ


บทคัดย่อ

การวิจัยนี้  มีวัตถุประสงค์เพื่อ  1) พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ ที่ใช้วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ SQ4R กับวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ CIRC ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80  2) ศึกษาดัชนีประสิทธิผล การเรียนรู้ ที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ SQ4R และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ CIRC  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  3) เปรียบเทียบความสามารถในการอ่านภาษาไทยเชิงวิเคราะห์  ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ SQ4R และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ CIRC  4) ศึกษาความพึงพอใจในการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการเรียนรู้การภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ โดยใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ SQ4R และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ CIRC กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560  โรงเรียนบึงสามพันวิทยาคม อำเภอบึงสามพัน  จังหวัดเพชรบูรณ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 40 โดยใช้วิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) จำนวน 2 ห้องเรียน โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มทดลองที่ 1 ทดลองด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบ SQ4R  กลุ่มทดลองที่ 2 ทดลองด้วยการจัดการจัดกิจกรรมเรียนรู้ แบบ CIRC เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้    มี 4 ชนิด ประกอบด้วย 1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การอ่านภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ SQ4R จำนวน 7 แผน รวม 14 ชั่วโมง  2) แผนการจัดการเรียนรู้ การอ่านภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ CIRC จำนวน 7 แผน รวม 14 ชั่วโมง  3) แบบทดสอบวัดความสามารถการอ่านคิดวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 40 ข้อ  4) แบบวัดความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้การอ่านภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ สถิติค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานด้วย t-test (for Independent  Samples)

ผลการวิจัยพบว่า

1) แผนการจัดการเรียนรู้การอ่านภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ SQ4R  และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ CIRC  มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 88.42/85.66 และ  84.54/82.76 ตามลำดับ  สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด  80/80

2)  ดัชนีประสิทธิผลของการเรียนรู้ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ SQ4R มีค่าเท่ากับ 0.5691 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียน คิดเป็นร้อยละ 56.91 และดัชนีประสิทธิผลของการเรียนรู้ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ CIRC  มีค่าเท่ากับ 0.5057 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียน คิดเป็นร้อยละ 50.57

3) ความสามารถในการอ่านภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ SQ4R มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 34.26 คะแนน สูงกว่า CIRC  ที่มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ  33.11 คะแนน เมื่อเปรียบเทียบแล้วมีความแตกต่างกัน เท่ากับ 1.16 คะแนน  ดังนั้นจากการทดสอบสถิติ t พบว่า ค่าเฉลี่ยหลังเรียน ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ SQ4R  สูงกว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ CIRC อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4) ความพึงพอใจในการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการเรียนรู้การภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ พบว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ SQ4R ที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ชอบวิธีการอ่านภาษาไทยที่ฝึกให้คิดตั้งคำถามจากเรื่องที่อ่านอย่างมีขั้นตอน ชอบกิจกรรมการเรียนการสอนที่มีความต่อเนื่องเป็นลำดับขั้นตอน ชอบกิจกรรมการสอนที่ทำให้ได้เลือกวิธีการค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเอง ตามลำดับ และ ความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ CIRC ที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ชอบขั้นตอนการสอนแบบที่ครูสอนเพราะได้เขียนสรุปเป็นแผนที่ความคิด และระบายสี ชอบขั้นตอนการสอน เพราะทำให้มีอิสระในการเรียนชอบขั้นตอนการสอนแบบนี้เพราะทำให้มีนิสัยรักการอ่าน ตามลำดับ

 

คำสำคัญ : การเปรียบเทียบ  ความสามารถในการอ่าน  การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ  SQ4R  และ CIRC

 

Abstract

The ability of analytical reading in Thai using the learning activities of SQ4R and CIRC focuses on the analytical reading of the stories and promotes the reading abilities and analytical thinking of the students. The purposes of the research were: 1) to develop the lesson plan using SQ4R and CIRC learning activities for Matthayom Suksa 3 students at the criterion of 80/80, 2) to study the effectiveness index of teaching and learning activities based on SQ4R and CIRC for Matthayomsuksa 3 students, 3) to compare the ability of analytical reading in Thai of Matthayomsuksa 3 students after being taught by SQ4R and CIRC learning activities, and 4) to study the satisfaction in learning of Matthayomsuksa 3 students toward the analytical reading in Thai by using SQ4R and CIRC learning activities. The research samples were Matthayomsuksa 3 students in the second semester of the academic year 2017 at Bungsamphanwittayakhom School, Bunsamphan District, Phetchabun Province under the Secondary Educational Service Area Office 40 (PNB SESAO 40). They were 2 classrooms selected by cluster random sampling and were divided into the first experimental group being taught by SQ4R learning activities, the second experimental group being taught by CIRC learning activities. The research instruments were 4 types and consisted of 1) seven lesson plans with 14 hours on analytical reading in Thai of Mattayomsuksa 3 by using SQ4R learning activities, 2) seven lesson plans with 14 hours on analytical reading in Thai of Mattayomsuksa 3 students by using CIRC learning activities, 3) 40 items test on analytical reading in Thai of Mattayomsuksa 3 students. And 4) a 5-rating scale of satisfaction assessment on the analytical reading in Thai learning activities consisting of 20 items. The statistics were mean, percentage, standard deviation, and the hypothesis was tested by using t-test (Independent Samples)

The research results revealed that:

1) The lesson plan on analytical reading in Thai of Matthayomsuksa 3 students using SQ4R and CIRC learning activities had the efficiency figure at 88.42/85.66 and 84.54/82.76 respectively, and it was higher than 80/80 criterion.

2) The effectiveness index of SQ4R learning activities was at 0.5691 that meant the students had the progression in their learning at 56.91 percent and the effectiveness index of CIRC learning activities was at 0.5057 that meant the students had the progression in their learning at 50.57 percent.

3) The abilities of analytical reading in Thai using SQ4R learning activities had the mean scores at 34.26 and they were higher than those of CIRC which the mean scores were at 33.11. When comparing both activities, it was found that there were the differences at 1.16. Testing with t-test, the mean scores after studied with SQ4R were higher than of those in CIRC at the significantly different at .05 levels.

4) The satisfaction of Mathayom Suksa 3 students on analytical reading in Thai activities indicated that SQ4R learning activities were at highest level, the aspect that had the highest mean scores were the satisfaction on the activities which allowed them to think of questions from step-by-step, sequentially learning activities, the learning activities which allowed them to choose their own method to find the answers by themselves, respectively. The satisfaction on CIRC learning activities was at a high level. The highest mean scores were the steps of teaching; drew and colored mind mapping, the freedom in learning, and the activities make them have a good habit of reading, respectively.

 

Keyword : Comparison,  Reading Ability,  SQ4R Learning Activities with CIRC

คำสำคัญ


การเปรียบเทียบ; ความสามารถในการอ่าน; การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ SQ4R และ CIRC; Comparison; Reading Ability; SQ4R Learning Activities with CIRC

ข้อความแบบเต็ม : PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.



Phetchabun Rajabhat Journal (ราชภัฏเพชรบูรณ์สาร)
ISSN : 0859-8185

งานวารสาร สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์ 83 หมู่ 11 ถนนสระบุรี-หล่มสัก ตำบลสะเดียง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ 67000
โทรศัพท์: 056-717141
โทรสาร: 056-717141
อีเมล์: phetchabun_rajabhat_journal@outlook.com