รายละเอียดข้อมูลโครงการวิจัย
รหัสโครงการวิจัย
ปีงบประมาณ
2564
ประเภทโครงการ
โครงการวิจัยเดี่ยว
ประเภททุน
ทุนภายในคณะ
ชื่อโครงการวิจัย
การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตกาแฟคั่ว อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
ชื่อโครงการวิจัย (EN)
Cost Analysis and Financial Return of the Roasted Coffee in Khao Kho District Phetchabun Province
นักวิจัย
1. อาจารย์รุ่งลักษณา ดีแจ่ม (หัวหน้าโครงการ, ร้อยละการทำวิจัย 70 )
2. อาจารย์ ดร. เจน จันทรสุภาเสน (ผู้ร่วมวิจัย, ร้อยละการทำวิจัย 30 )
สาขาวิชา/กลุ่มงาน
สาขาวิชา การบัญชี
หลักสูตร
บัญชีบัณฑิต (บช.บ. 4 ปี)
คณะ/หน่วยงาน
คณะวิทยาการจัดการ
บทคัดย่อ
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อทราบถึงต้นทุนการผลิตกาแฟคั่ว และ 2) เพื่อทราบถึงผลตอบแทนการผลิตกาแฟคั่ว กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ผลิตกาแฟคั่ว อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 2 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสัมภาษณ์

ผลการวิจัยพบว่า ข้อมูลต้นทุนการผลิตของผู้ผลิตรายที่ 1 รวมค่าใช้จ่ายในการลงทุนเริ่มแรก 479,000 บาท ค่าวัตถุดิบรวมต่อเดือนเท่ากับ 4,800 บาท ฉะนั้นค่าวัตถุดิบเท่ากับ 12 บาท/ถุง รวมค่าแรงงานต่อเดือนทั้งหมดเท่ากับ 15,600 บาท ฉะนั้นค่าแรงงานเท่ากับ 39 บาท/ถุง และค่าใช้จ่ายการผลิตรวมทั้งสิ้น 10,366.67 บาทต่อเดือน ฉะนั้นค่าใช้จ่ายในการผลิตเท่ากับ 25.92 บาท/ถุง รวมต้นทุนการผลิตต่อถุง 76.92 บาท ดังนั้นต้นทุนการผลิตต่อเดือนเท่ากับ 30,766.67 บาท และข้อมูลต้นทุนการผลิตของผู้ผลิตรายที่ 2 รวมค่าใช้จ่ายในการลงทุนเริ่มแรก 353,000 บาท ค่าวัตถุดิบรวมต่อเดือนเท่ากับ 12,000 บาท ฉะนั้นค่าวัตถุดิบเท่ากับ 60 บาท/ถุง รวมค่าแรงงานต่อเดือนทั้งหมดเท่ากับ 20,800 บาท ฉะนั้นค่าแรงงานเท่ากับ 104 บาท/ถุง และค่าใช้จ่ายการผลิตรวมทั้งสิน 8,426 บาทต่อเดือนฉะนั้น ค่าใช้จ่ายในการผลิตเท่ากับ 42.13 บาท/ถุง รวมต้นทุนการผลิตต่อถุง 206.13 บาท ดังนั้นต้นทุนการผลิตต่อเดือนเท่ากับ 51,826.39 บาท

การผลิตกาแฟคั่วของผู้ผลิตรายที่ 1 ใช้ผลิตต่อเดือน 4,800 บาท ค่าแรงงานเท่ากับ 15,600 บาท และค่าใช้จ่ายในการผลิตรวมเท่ากับ 10,366.67 บาท รายได้ต่อปีเท่ากับ 480,000 บาท เฉลี่ยต่อเดือน 40,000 บาท กำไรสุทธิต่อปีเท่ากับ 110,784 บาท เฉลี่ยต่อเดือน 9,232 บาท และ ผู้ผลิตรายที่ 2 ใช้ผลิตต่อเดือน 12,000 บาท ค่าแรงงานเท่ากับ 20,800 บาท และค่าใช้จ่ายในการผลิตรวมเท่ากับ 51,826.39 บาท รายได้ต่อปีเท่ากับ 540,000 บาท เฉลี่ยต่อเดือน 45,000 บาท กำไรสุทธิต่อปีเท่ากับ 45,288 บาท เฉลี่ยต่อเดือน 3,774 บาท

ผู้ผลิตกาแฟคั่วรายที่ 1 มีอัตรากำไรสุทธิ 23.08% ต่อยอดขาย แสดงให้เห็นว่าผู้ผลิตกาแฟคั่วรายที่ 1 มีผลการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพทำให้กำไรสุทธิต่อยอดขายสูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับอัตรากำไรสุทธิของผู้ผลิตกาแฟคั่วรายที่ 2 ซึ่งมีอัตรากำไรสุทธิเพียง 8.39% ต่อยอดขายเท่านั้น เนื่องจากผู้ผลิตกาแฟคั่วทั้ง 2 ราย มีความแตกต่างในส่วนของผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับด้านของปริมาณบรรจุภัณฑ์ต่อหน่วย และราคาขายต่อหน่วยที่ต่างกัน จึงเห็นได้ชัดว่าผู้ผลิตรายที่ 2 มีอัตรากำไรสุทธิน้อยกว่าผู้ผลิตรายที่ 1 ดังนั้นหากผู้ผลิตกาแฟคั่วต้องการอัตรากำไรสุทธิที่ดีขึ้น ควรตั้งราคาขายที่สูงขึ้น และปรับปริมาณบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับราคาขาย จะทำให้ได้รับผลตอบแทนจากการจาหน่ายกาแฟคั่วได้ดีมากขึ้น เพราะต้นทุนการผลิตสูงพอสมควร


The purposes of this research were 1) to investigate the cost of roasted coffee production and 2) to investigate the return of roasted coffee production. The sample consisted of two roasted coffee producers in Khao Kho District, Phetchabun Province. The research instrument used for data collection was an interview.

The results of the study showed that based on the data of the production cost of the first producer, the initial investment cost was 479,000 baht. Total raw material cost per month was 4,800 baht, so the raw material cost was 12 baht/bag. Total monthly labor cost was 15,600 baht, so labor cost was 39 baht/bag. The total production cost was 10,366.67 baht per month, so the production cost was 25.92 baht/bag. When it was included with the production cost per bag (76.92 baht), the production cost per month was 30,766.67 baht. Regarding the second producer, the initial investment cost was 353,000 baht. Total raw material cost per month was 12,000 baht, so the cost of raw materials was 60 baht/bag. Total monthly labor cost was 20,800 baht, so the labor cost was 104 baht/bag. The total production cost was 8,426 baht per month, so the production cost was 42.13 baht/bag. When it was included with the production cost per bag (206.13 baht), the production cost per month was 51,826.39 baht.

The production cost of roasted coffee of the first producer was 4,800 baht per month, the labor cost was 15,600 baht, and the total production cost was 10,366.67 baht. The annual income was 480,000 baht, so the monthly average was 40,000 baht. The annual net profit was 110,784 baht. The average per month was 9,232 baht. For the second producer, the production cost was 12,000 baht per month, the labor cost was 20,800 baht, and the total production cost was 51,826.39 baht. The annual income was 540,000 baht, so the monthly average was 45,000 baht. The annual net profit was 45,288 baht. The average per month was 3,774 baht.

The first roasted coffee producer had a net profit of 23.08% per sales. This indicated that the first producer had efficient performance, resulting in higher net profit per sales compared with those of the second producer (only 8.39% per sales). This is because the two roasted coffee producers were different in terms of product packaging per unit and different selling price per unit. It is clear that the second producer had lower net profit than the first producer. Therefore, if the roasted coffee producer would like higher net profit, he/she should set higher selling price and adjust the amount of packaging in accordance with the selling price. This will result in better returns from selling roasted coffee since the production cost was rather high.
คำสำคัญ
ต้นทุนการผลิต,ผลตอบแทนการผลิต,กาแฟคั่ว,Production cost,financial return,roasted coffee
สถานะโครงการ
ดำเนินการเสร็จสิ้น
บทคัดย่อ
PDF ดาวน์โหลด เปิด : 17 ครั้ง
เล่มรายงาน
PDF ดาวน์โหลด เปิด : 28 ครั้ง / ดาวน์โหลด : 3 ครั้ง
(จำกัดจำนวน 8 หน้า เข้าสู่ระบบสำหรับเอกสารฉบับเต็ม)
เปิดดู
115 ครั้ง
หมายเหตุ

เอกสารเพิ่มเติม
แสดง 1 ถึง 1 จาก 1 ผลลัพธ์
#ไฟล์เอกสารรายละเอียด
1 ประกาศทุนฯ 64  (โหลด : 29 ครั้ง)