รายละเอียดข้อมูลโครงการวิจัย
รหัสโครงการวิจัย
PCRU_2561_L025
ปีงบประมาณ
2561
ประเภทโครงการ
โครงการวิจัยเดี่ยว
ประเภททุน
เพื่อแก้ปัญหาหรือสร้างความเข้มแข็ง
ชื่อโครงการวิจัย
การศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของค้อ (Livistona sp.) เพื่อใช้ยับยั้ง เชื้อ Helicobacter pylori และการขยายพันธุ์โดยเทคนิคเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 
ชื่อโครงการวิจัย (EN)
The Study on Antioxidants Efficiency of Livistona sp. to Inhibiting Helicobacter pylori and Tissue Culture Propagation
นักวิจัย
1. อาจารย์สุรางค์รัตน์ พันแสง (หัวหน้าโครงการ, ร้อยละการทำวิจัย 60 )
2. นางสาวแสงจันทร์ สอนสว่าง (ผู้ร่วมวิจัย, ร้อยละการทำวิจัย 10 )
3. นางสาวสมเพียร ฟักทอง (ผู้ร่วมวิจัย, ร้อยละการทำวิจัย 10 )
4. อาจารย์ปอแก้ว พรมเพชร (ผู้ร่วมวิจัย, ร้อยละการทำวิจัย 10 )
5. รองศาสตราจารย์ ดร. พวงผกา แก้วกรม (ผู้ร่วมวิจัย, ร้อยละการทำวิจัย 10 )
สาขาวิชา/กลุ่มงาน
สาขาวิชา ชีววิทยา
หลักสูตร
วิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ. 4 ปี)
คณะ/หน่วยงาน
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดหยาบจากเปลือกผลค้อและเนื้อผลค้อโดยวิธีการแช่ยุ่ยด้วยเมทานอล วิเคราะห์ปริมาณสาระสำคัญ ในสารสกัดหยาบ ได้แก่ ฟีนอลิกทั้งหมด แทนนินทั้งหมดและปริมาณฟลาโวนอยด์ทั้งหมดด้วยเทคนิคอัลตราไวโอเลต สเปกโทรสโกปี พร้อมทั้งศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH free radical โดยใช้ Butylated hydroxytoluene (BHT) เป็นสารมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า สารสกัดหยาบเปลือกผลค้อและเนื้อผลค้อมีปริมาณฟีนอลิกทั้งหมด เท่ากับ 2.30 และ 1.78 มิลลิกรัมของกรดแกลลิกต่อกรัมของสารสกัด ปริมาณแทนนินทั้งหมด เท่ากับ 2.38 และ 1.89 มิลลิกรัมของกรดแทนนิกต่อกรัมของสารสกัด ปริมาณฟลาโวนอยด์ทั้งหมด เท่ากับ 52.70 และ 49.46 มิลลิกรัมของเคทเทคินต่อกรัมของสารสกัด และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระโดยมีค่า IC50 เท่ากับ 0.7023 และ 0.8305 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตรตามลำดับ จากการศึกษาครั้งนี้พบว่าสารสกัดหยาบทั้งเปลือกผลค้อและเนื้อผลค้อมีปริมาณฟลาโวนอยด์สูงและมีฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระที่ดี ดังนั้นสารสกัดหยาบจากเปลือกผลค้อและเนื้อผลค้อสามารถนำไปพัฒนาสำหรับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและเครื่องสำอางต่อไป แต่การทดสอบฤทธิ์เบื้องต้นในการต้านเชื้อ H.pylori ของสารสกัดค้อ โดยใช้เทคนิค disc diffusion พบว่า ผลค้อ Livistona speciosa Kurz. ทั้งในส่วนของสารสกัดหยาบเปลือกผลค้อ (sarcocarps) และสารสกัดหยาบเนื้อผลค้อ (rinds) ไม่แสดงฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ H. pylori
 
จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชจากส่วนต่าง ๆ ของค้อ เช่น ใบ ก้านใบ และเมล็ด โดยใช้อาหาร MS ที่ผสมฮอร์โมน Indoleacetic acid (IAA) และ Butyric acid (BA) ในระดับความเข้มข้นที่แตกต่างกัน ทั้งหมด 16 สูตร พบว่า เมื่อเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อบนอาหารทุกสูตรให้ผลใกล้เคียงกัน คือ ส่วนของใบและก้านใบ เนื้อเยื่อเกิดสีน้ำตาล ซึ่งไม่สามารถตอบสนองต่อการพัฒนาเป็นแคลลัส และเจริญเปลี่ยนแปลงต่อไปได้
 
คำสำคัญ : ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ, ค้อ, เชื้อ Helicobacter pylori, การขยายพันธุ์โดยเทคนิคเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ


The objective of this research was to compared the efficiency of antioxidant activities from crude extracts of the rinds and the sarcocarps of Livistona speciosa Kurz. In this work, the rinds and sarcocarps crude extracts were obtained by maceration technique using methanol as a solvent. All contents of chemical compound in the crude extracts such as total phenolic, total tannin and total flavonoids were analyzed using UV Spectroscopy. The study of antioxidant properties by DPPH free radical used butylated hydroxytoluene (BHT) as a standard compound. The results revealed that total phenolic contents of crude extracts from the rinds and sarcocarps which compared with the standard curve were found to be 2.30 and 1.78 mg of gallic acid/g extract, respectively. In addition, in this case total tannin contents from the rinds and sarcocarps which compared to the standard curve were 2.38 and 1.89 mg of tannic acid/g extract, respectively. Moreover the total flavonoid contents which compared to the standard curve were 52.70 and 49.46 mg of catechin/g extract, respectively. Finally, the crude extracts from the rinds and sarcocarps showed the antioxidant activity with IC50 0.7023 and 0.8305 mg/ml, respectively. From this study found that crude extract from the rinds and sarcocarps consisted high amount of flavonoid contents and antioxidant activity. Thus, these crude extracts can be further developed for healthy product or cosmetics. But the study on bacteria inhibition i.e. Helicobacter pylori by disc diffusion method. This result found that the crude extract from the rinds and sarcocarps were not inhibited H. pylori growth.
 
Leaf, petiole and seed from Livistona speciosa Kurz. were cultured on MS media supplemented with various from of IAA and BA at four different concentrations. All of media used in the studies revealed the same results. The Leaf and petiole occurred the rapid browning of the cultured tissues which could not be observed to callus development.
 
Keywords : antioxidants efficiency, Livistona sp. , Helicobacter pylori, tissue culture propagation
คำสำคัญ
ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ,ค้อ,เชื้อ Helicobacter pylori,การขยายพันธุ์โดยเทคนิคเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ,antioxidants efficiency,Livistona sp.,Helicobacter pylori,tissue culture propagation
สถานะโครงการ
ดำเนินการเสร็จสิ้น
บทคัดย่อ
เล่มรายงาน
PDF ดาวน์โหลด
(จำกัดจำนวน 8 หน้า เข้าสู่ระบบสำหรับเอกสารฉบับเต็ม)