รายละเอียดข้อมูลโครงการวิจัย
รหัสโครงการวิจัย
PCRU_2560_N015
ปีงบประมาณ
2560
ประเภทโครงการ
โครงการวิจัยเดี่ยว
ประเภททุน
สร้าง สะสมองค์ความรู้ที่มีศักยภาพ
ชื่อโครงการวิจัย
การไพโรไลซิสชีวมวลจากพืชสมุนไพรในท้องถิ่นจังหวัดเพชรบูรณ์เพื่อใช้ประโยชน์ด้านเกษตรอินทรีย์
ชื่อโครงการวิจัย (EN)
Development of Repellent Techniques for Nuisance Birds by Using Physical and Biochemical Method
นักวิจัย
1. รองศาสตราจารย์ ดร.ปิยรัตน์ มูลศรี (หัวหน้าโครงการ, ร้อยละการทำวิจัย 80 )
2. อาจารย์ ดร. อาทิตย์ หู้เต็ม (ผู้ร่วมวิจัย, ร้อยละการทำวิจัย 20 )
สาขาวิชา/กลุ่มงาน
สาขาวิชา วิทยาศาสตร์ศึกษา (มหาบัณฑิต)
หลักสูตร
วิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.)
คณะ/หน่วยงาน
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับการไพโรไลซิสชีวมวลจากพืชสมุนไพรในท้องถิ่นจังหวัดเพชรบูรณ์เพื่อใช้ประโยชน์ด้านเกษตรอินทรีย์ โดยใช้เตาเผาถ่านแบบแนวนอนและทำการดัดแปลง ท่อใยหินเพื่อใช้เป็นท่อดักน้ำส้มควันไม้โดยมีระบบการแลกเปลี่ยนความร้อนภายในท่อร่วมด้วย จากการศึกษาพบว่าพืชสมุนไพรยืนต้นที่มีศักยภาพและมีความเหมาะสมในการนำมาใช้ผลิตน้ำส้มควันไม้และถ่านได้ จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ ไม้มะขาม ไม้สะเดา ไม้กระถิน ไม้ไผ่ และไม้ยูคาลิปตัส โดยปัจจัยของอุณหภูมิในท่อกลั่น ความชื้นของไม้ และชนิดของไม้มีผลต่อปริมาณและคุณภาพของน้ำส้มควันไม้ ตลอดจนถ่านที่ได้จากกระบวนการไพโรไลซิส เมื่อใช้ระบบการแลกเปลี่ยนความร้อนภายในท่อเก็บน้ำส้มควันไม้จะสามารถเก็บน้ำส้มควันไม้ได้ในปริมาณมากกว่าและมีค่าความถ่วงจำเพาะสูงกว่าการใช้ท่อเก็บน้ำส้มควันไม้แบบทั่วไป โดยไม้กระถินมีร้อยละของน้ำส้มควันไม้ที่ได้สูงสุด รองลงมาได้แก่ ไม้ไผ่ ไม้ยูคาลิปตัส ไม้สะเดา และไม้มะขาม ตามลำดับ นอกจากนี้การใช้ถ่านกัมมันต์สามารถช่วยให้เกิดแยกชั้นของน้ำส้มควันไม้ดิบได้เร็วขึ้น โดยน้ำส้มควันไม้ที่ได้มีค่าความหนาแน่น ความถ่วงจำเพาะ ความหนืด และค่าพีเอช ไม่แตกต่างจากน้ำส้มควันไม้เริ่มต้นมากนัก แต่ใช้ระยะเวลาในการแยกชั้นสั้นกว่าคือ ใช้ระยะเวลาประมาณ 30 วัน จากการศึกษาสมบัติทางเคมีของน้ำส้มควันไม้ที่ได้จากกระบวนการไพโรไลซิสพืชสมุนไพรจำนวน 5 ชนิด พบว่าน้ำส้มควันไม้ที่ได้มีค่าพีเอชอยู่ในช่วง 2.5-3.4 และมีค่าความถ่วงจำเพาะอยู่ในช่วง 1.009-1.024 โดยน้ำส้มควันไม้ที่ได้จากการไพโรไลซิสไม้ไผ่มีค่าพีเอชต่ำสุดและมีค่าความถ่วงจำเพาะสูงสุด จากการวิเคราะห์หาปริมาณกรดทั้งหมด ปริมาณแอลกอฮอล์ ปริมาณฟีนอลิก และปริมาณฟอร์มัลดีไฮด์ พบว่าน้ำส้มควันไม้ที่ได้จากไม้ไผ่มีปริมาณกรดทั้งหมดมากที่สุด น้ำส้มควันไม้ที่ได้จากไม้มะขามมีปริมาณแอลกอฮอล์สูงสุด น้ำส้มควันไม้จากไม้มะขามมีปริมาณฟีนอลิกทั้งหมดสูงสุด น้ำส้มควันไม้ที่ได้จากไม้สะเดามีปริมาณฟอร์มัลดีไฮด์สูงสุด ถ่านจากไม้ทั้งหมดมีค่าปริมาณความชื้นอยู่ในช่วงระหว่างร้อยละ 17.12-18.56 มีค่าปริมาณสารระเหยได้อยู่ในช่วงร้อยละ 8.12-9.36 มีค่าปริมาณเถ้าอยู่ในช่วงร้อยละ 6.54-9.68 และมีค่าปริมาณคาร์บอนคงตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 63.87-68.15 ค่าปริมาณความร้อนของเชื้อเพลิงถ่านอยู่ในช่วงประมาณ 13-18 MJ/kg การใช้ประโยชน์ของน้ำส้มควันไม้ที่มีความเข้มข้นสูงสามารถนำไปใช้เป็นสารกำจัดวัชพืชทางการเกษตรได้ นอกจากนี้น้ำส้มควันไม้เมื่อถูกเจือจางให้มีความเข้มข้นที่เหมาะสมสามารถนำไปใช้เพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์และแมลงในดิน กำจัดเชื้อรา ช่วยขยายให้ผลโตขึ้น เพิ่มน้ำตาลในผลไม้ ใช้ในการลดกลิ่นและกำจัดแมลงในฟาร์มปศุสัตว์ได้ ตลอดจนใช้ในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงได้อีกด้วย
 

This research was conducted to investigate the pyrolysis of biomass from local perennial herb in Phetchabun Province to benefit from organic agriculture. Using a horizontal charcoal furnace and making modifications. Asbestos pipes are used to trap wood vinegar with a heat exchange system inside the pipe. The study found that the perennial plants have the potential and suitable for the production of wood vinegar and wood charcoal, 5 kinds of tamarind, wood, neem, bamboo, acacia and eucalyptus. By the factor of temperature in the distillation pipe. Moisture of wood and the type of wood affect to the quantity and quality of wood vinegar. Including charcoal derived from the pyrolysis process. When using the heat exchanger system, the wood vinegar can store more wood vinegar and have a higher specific gravity than the conventional wood vinegar. Acacia wood has the highest percentage of wood vinegar and followed by bamboo, eucalyptus, neem, and tamarind trees respectively. In addition, the use of activated carbon can help separate layers of raw wood vinegar faster. The derived wood vinegar has a density, specific gravity, viscosity, and pH values not significantly different from wood vinegar. But the length of separation time is shorter which takes about 30 days. The chemical properties of wood vinegar derived from the pyrolysis process of five medicinal plants were studied. The wood vinegar pH was in the range of 2.5-3.4 and the specific gravity was in the range of 1.009-1.024. The wood vinegar obtained from the pyrolysis of bamboo had the lowest pH value and the highest specific gravity. By analyzing the total acid content, alcohol content, phenolic content, and formaldehyde content. It was found that wood vinegar derived from bamboo had the highest total acidity. Wood vinegar derived from tamarind has the highest alcohol content. Wood vinegar from Tamarind has the highest total phenolic content. Wood vinegar obtained from neem tree has the highest formaldehyde content. All of the wood charcoal has moisture in the range of 17.12-18.56%, volatile content of 8.12-9.36%. The ash content was in the range of 6.54-9.68% and the carbon content was in the range of 63.87-68.15, respectively. The higher heating value of coal fuel was in the range of 13-18 MJ / kg. The use of high concentration of wood vinegar can be used as an agricultural herbicide. In addition, the wood vinegar, when diluted to the appropriate concentration, can be used to kill microorganisms and insect pests in the soil. In addition it can uses for increasing of sugar in fruit, reduce odors and eliminate insects in the farm. It is also used to produce high quality organic fertilizer as well.
คำสำคัญ
การไพโรไลซิส,ชีวมวล,สมุนไพร,pyrolysis,biomass,herbs
สถานะโครงการ
ดำเนินการเสร็จสิ้น
บทคัดย่อ
PDF ดาวน์โหลด เปิด : 83 ครั้ง
เล่มรายงาน
PDF ดาวน์โหลด เปิด : 122 ครั้ง / ดาวน์โหลด : 1 ครั้ง
(จำกัดจำนวน 8 หน้า เข้าสู่ระบบสำหรับเอกสารฉบับเต็ม)
เปิดดู
210 ครั้ง
หมายเหตุ

เอกสารเพิ่มเติม
แสดง 1 ถึง 1 จาก 1 ผลลัพธ์
#ไฟล์เอกสารรายละเอียด
1 ประกาศทุนฯ 60  (โหลด : 62 ครั้ง)