ยุทธศาสตร์การสร้างรูปแบบการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะชีวิต สำหรับเด็ก ในจังหวัดสระบุรี

มณฑิรา ฉลวยศรี

บทคัดย่อ


บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง ยุทธศาสตร์การสร้างรูปแบบการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะชีวิตสำหรับเด็กในกำกับองค์การบริหารส่วนตำบล ในจังหวัดสระบุรี มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหา รวมทั้งความคาดหวังในการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะชีวิตสำหรับเด็ก ในกำกับองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดสระบุรี 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะชีวิตสำหรับเด็กในกำกับองค์การบริหารส่วนตำบล ในจังหวัดสระบุรี 3) เพื่อทดสอบรูปแบบการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะชีวิตสำหรับเด็กในกำกับองค์การบริหารส่วนตำบล ในจังหวัดสระบุรี

การศึกษาครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณและคุณภาพ การทดลองกึ่งจริง โดยศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาของเด็กและเยาวชนในกำกับองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดสระบุรี กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กอายุระหว่าง 6 – 12 ปี จำนวน 145 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและแบบประเมิน เปรียบเทียบผลการทดลองก่อนและหลังการทดลอง ทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยก่อนและหลังการทดลอง ด้วยสถิติ t- test dependent ประเมินผลยุทธศาสตร์โดยใช้แบบประเมินมาตราส่วนประมาณค่า และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงแบนมาตรฐาน

ผลการศึกษาวัตถุประสงค์ที่ 1 สภาพปัจจุบันและปัญหาทั่วไปของเด็ก ส่วนใหญ่อาศัยอยู่กับบิดามารดาหรือญาติที่สูงวัย ฐานะทางเศรษฐกิจค่อนข้างยากจน ครอบครัวมีอาชีพค้าขายและเกษตรกร ปัญหาปัจจัยที่ค้นพบคือ เด็กและเยาวชนไม่ชอบอยู่บ้าน ชอบเล่นเกมคอมพิวเตอร์ตามร้านเกม ขี่รถจักรยานยนต์เป็นกลุ่ม และชอบเลียนแบบตามสังคมสมัยใหม่ กลายเป็นปัญหาทุกข์ร้อนในภาพรวมคือ เด็กมีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตค่อนข้างต่ำ ส่งผลให้เกิดปัญหาสืบเนื่องที่ตามมาคือ เกิดภาวะเสี่ยงในการใช้ทักษะชีวิตทางสังคม ทั้งในส่วนตนเองและส่วนรวม ซึ่งจากการสังเคราะห์ทำให้ได้ปัญหาเป้าคือ ขาดรูปแบบการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะชีวิตสำหรับเด็ก บนพื้นฐานขององค์ประกอบด้านความรู้ เจตคติ และพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ส่วนความคาดหวังของชุมชนในการแก้ปัญหาคือ การเสริมสร้างทักษะชีวิตเด็กในลักษณะองค์รวม 5 ด้าน คือ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสติปัญญา ด้านอารมณ์ และด้านสังคม

ผลการศึกษาวัตถุประสงค์ที่ 2 การสร้างรูปแบบการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะชีวิตสำหรับเด็ก ใช้กรอบแนวคิดการสร้างยุทธศาสตร์เป็นพื้นฐาน ผสมผสานการใช้ทฤษฎีระบบ ทฤษฎีพัฒนาการ ทฤษฎีการเรียนรู้ แนวคิด Supper7 หลักการที่เกี่ยวข้อง ผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งระบบเครือข่าย ทำให้ได้มาซึ่งองค์ประกอบของรูปแบบในการพัฒนาที่ใช้ชื่อเรียกว่า C-CAP Model ประกอบด้วย C (concept), C (child/change leader/controller), A (activity)และ P (process) จากนั้นนำมาสร้างเป็นรูปแบบเพื่อการวิจัยในชื่อ รูปแบบการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะชีวิตสำหรับเด็ก ในกำกับองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดสระบุรี โดยใช้รูปแบบกิจกรรมค่ายเป็นสื่อในการพัฒนา

ผลการศึกษาวัตถุประสงค์ที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะชีวิตสำหรับเด็ก พบว่า หลังการทดลอง เด็กในกลุ่มทดลองทั้ง 3 พื้นที่ คือ องค์การบริหารส่วนตำบลหน้าพระลาน องค์การบริหารส่วนตำบลแสลงพัน และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองสรวง มีคะแนนเฉลี่ย ของการเสริมสร้างทักษะชีวิตสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ P < 0.05 ทั้ง 5 ด้าน (3.45 ± 0.16) คือ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสติปัญญา ด้านอารมณ์ และด้านสังคม โดยพบว่า ด้านร่างกาย (3.51 ± 0.15) ด้านจิตใจ (3.54 ± 0.16) ด้านสติปัญญา (3.53 ± 0.17) ด้านอารมณ์ (3.52 ± 0.14) และด้านสังคม (3.51 ± 0.14) รวมทั้งเด็กมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตนเองในทางที่ดีขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 92.12 นอกจากนี้พบว่า การเสริมสร้างเจตคติต่อการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะชีวิตอยู่ในระดับดี คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 76.06 ส่วนการเสริมสร้างองค์ความรู้ให้แก่เด็ก พบว่า เด็กสามารถจำความรู้ได้ร้อยละ 100 สามารถเรียนรู้ได้ง่ายร้อยละ 93.79 มีความสนุกร้อยละ 93.50 มีประโยชน์ร้อยละ 91.72 และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ร้อยละ 92.55

คำสำคัญ : ยุทธศาสตร์การพัฒนา, รูปแบบการพัฒนาเสริมสร้างทักษะชีวิต, จังหวัดสระบุรี

 


Abstract

The Strategy for Creating Life Skills Development Model for Children aims 1) to study the problems of the children and the community needs to improve life skills of the children under sub – district organization administrations in Saraburi province, 2) to create the life skills development model, and 3) to experience and evaluate the new development model.

This is a semi-experiment qualitative and quantitative research. It thus examines and analyzes the problems of the children as well as creates and experiments a life skills development model. The sample group of 145 children is 6 – 12 years of age. Data are collected by using questionnaires and checklist; pre-and post-results are compared. In addition, pre and post mean difference is also tested with t-test dependent. A rating scale questionnaire is used for strategy evaluation while data analysis is manipulated with average and standard deviation.

The result of the first objective revealed that in general most children live with their family or senior relatives, being poor, selling things and doing agricultural work. The problematic factors in daily life are outside living, friends meeting, game computer playing, motor cycling and etc. The hot problem then is having low life skills in children, unable to live happily, with danger for life. The goal problem is not having life skills development model based on the expected knowledge, attitude, and behavior. To improve the life skill for children according to the community needs, the aims is creating the life skills development model to improve the behavior in 5 items, namely that of physical, moral, intelligent, emotion and social.

The result of the second objective revealed that the life skills model was built by searching related methods, documents, theories and consulting the experts, and community meeting. The construct of life skills model is C-CAP Model: C (Concept), C (Child-Change leader-Controller), A (Activity), P (Process), by using the camping model.

The result of the third objective revealed that the overall evaluation of life skills development in 3 sample groups is at a high level, (= 3.45 ±  0.14); physical, (3.51 ± 0.15); moral, (3.54 ± 0.16); intelligent, (3.53 ± 0.17); emotion, (3.52 ± 0.14); and social, (3.51 ± 0.14). The average for daily life skills is better at the .05 level of statistical significance, when compared to the pre-experiment, the behavior changed to be better for 92.12%. The attitude for life skills development is at a good level, (76.06%). To get knowledge, they can remember by 100%; it is easy to learn by 93.79%; they have fun by 93.50%; it is useful by 91.72%, it can be used in daily life by 92.55%.

 

Key words : Development Strategy, Life Skills Development Model, Saraburi

คำสำคัญ


ยุทธศาสตร์การพัฒนา;รูปแบบการพัฒนาเสริมสร้างทักษะชีวิต;จังหวัดสระบุรี;Development Strategy;Life Skills Development Model;Saraburi

ข้อความแบบเต็ม : PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.



Phetchabun Rajabhat Journal (ราชภัฏเพชรบูรณ์สาร)
ISSN : 0859-8185

สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์ 83 หมู่ 11 ถนนสระบุรี-หล่มสัก ตำบลสะเดียง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ 67000
โทรศัพท์: 056-717141
โทรสาร: 056-717141
อีเมล์: research_pcru@hotmail.com